Attitude

หากทุกสิ่งสำคัญ ก็จะไม่มีอะไรสำคัญ

หากทุกสิ่งสำคัญ ก็จะไม่มีอะไรสำคัญ

หนึ่งในประโยคที่ผู้ประกอบการ SME ต้องใส่ใจ

ในความวุ่นวายของแต่ละวัน มีอะไรมากมายที่เราต้องทำ สำหรับบางคน เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันนั้น แทบจะไม่พอ


Add Friend : วิถีเถ้าแก่
.

หลายๆครั้งที่เราจะรู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี deadline เป็นตัวกำหนด ซึ่งจะคอยกดดันเราทุกนาที 

สิ่งที่จะสามารถช่วยเราได้ คือ สติและสมาธิ 

แน่นอนว่า ในบรรดาสิ่งที่ต้องทำทั้งหมด มันจะต้องมีบางอย่างที่สำคัญที่สุด และสำคัญรองลงมา 

ค่อยๆจัดลำดับความสำคัญ และค่อยๆทำทีละอย่าง

เคยมีคำพูดที่ว่า “If everything is important nothing is important” (ถ้าทุกสิ่งสำคัญ ก็ไม่มีอะไรสำคัญ)

ทุกเช้าก่อนเริ่มทำงานให้ถามตัวเองเสมอว่า “งานที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำให้เสร็จในวันนี้คืออะไร”

เราคงคุ้นเคยกับ Priority Matrix ที่คิดโดยไอเซนฮาวร์ ที่มีอยู่ 4 ช่อง ประกอบไปด้วย

  1.  เรื่องสำคัญที่เร่งด่วน
  2.  เรื่องสำคัญที่ไม่เร่งด่วน
  3.  เรื่องไม่สำคัญที่เร่งด่วน
  4.  เรื่องไม่สำคัญที่ไม่เร่งด่วน

จริงหรือไม่ ที่งานส่วนใหญ่ที่เราทำก่อน มักจะเป็น งานสำคัญที่ไม่เร่งด่วน (2) เพราะเราคิดว่า อะไรๆก็สำคัญไปหมด 

หากเป็นแบบนั้น งานสำคัญที่เร่งด่วน (1) ที่สำคัญที่สุด ก็เป็นไปได้ว่า อาจจะเสร็จหรือไม่เสร็จ…

ดังนั้น จึงจำเป็นมากๆที่ต้องให้เวลากับการจัดลำดับความสำคัญของงาน ก่อนที่จะลงมือทำ และโฟกัสไปทีละอย่าง โดยทำเป็น check-list ของแต่ละวัน 

Check-list ก็เหมือนการติดตามงาน เมื่อทำอะไรเสร็จแล้ว ให้ทำเครื่องหมายในข้อนั้นๆเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เราทำอะไรสำเร็จไปเท่าไหร่แล้ว เราก็จะรู้สถานะการทำงานของตนเองด้วย

เมื่อจัดลำดับความสำคัญของงานเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่เราต้องมีในระหว่างการทำงานแต่ละอย่างคือ การโฟกัส (โฟกัส หมายถึง การมุ่งมั่นจดจ่อในสิ่งที่เรากำลังทำ)

เมื่อเราโฟกัส จะทำให้งานที่เรากำลังทำ เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเสร็จเร็วขึ้นด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้รวบรวม เหตุผลที่บางคนไม่ประสบความสำเร็จกับการ โฟกัส และทำงานอย่างเป็นระบบมาดังนี้

  • ผู้คิดรีบคิดล่วงหน้าถึงผลต่อเนื่องทำให้มองข้ามไปจากจุดที่โฟกัสอยู่
  • ผู้คิดพยายามเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ไปประเด็นอื่นๆ เพราะเห็นประโยชน์บางอย่าง (ประเภทนึกขึ้นได้) แล้วกลัวว่าจะลืม ทำให้รีบเปลี่ยนโฟกัสไปคิดเรื่องนั้นต่อแทน
  • ประเด็นเรื่องที่พยายามโฟกัสนั้นยัง “กว้างเกินไป” จนไม่สามารถจะโฟกัสได้ชัดเจน ทำให้กระบวนการคิดสับสน แกว่งไปแกว่งมา เช่นพอเราบอกว่า “ให้หาไอเดียเกี่ยวกับการแต่งบ้าน” ผู้คิดก็รีบคิดไปในทุกส่วนของบ้านจนกลับไปกลับมาระหว่างจะโฟกัสห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขก หรือจะโฟกัสระหว่างโครงสร้างใหญ่หรือเฟอร์นิเจอร์” ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่ควรทำคือการแบ่งย่อยของประเด็นใหญ่ให้แคบมากพอที่เราจะสามารถโฟกัสได้ชัดเจนเสียก่อน
  • ผู้คิดไม่ชอบประเด็นที่กำลังโฟกัสอยู่ คิดว่าไม่ถนัด ก็เลยพยายามตัดช่องในการข้ามไปเรื่องอื่นแทนโดยยังไม่ได้พยายามจะคิดในสิ่งที่ต้องโฟกัสให้ดีเสียก่อน

ทุกคนที่เริ่มทำอะไรใหม่ๆ มักจะล้มเหลวเสมอ ประเด็นไม่ได้สำคัญว่าทำครั้งแรกต้องทำแล้วสำเร็จเลย แต่ว่าเราต้องเข้าใจว่าการทำสิ่งใหม่ๆ มันเป็นกระบวนการ ทุกอย่างต้องเรียนรู้และทำซ้ำ

การทำซ้ำไม่ใช่ทำเหมือนเดิมแล้วหวังผลที่แตกต่าง แต่คือการเรียนรู้และค่อยๆ เปลี่ยนวิธีทำไปโดยไม่หยุดทำนั่นเอง

หากเราสามารถจัดลำดับความคิด และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยใช้ทั้งการจัดลำดับความสำคัญของงาน โฟกัสให้ความสำคัญกับงานแต่ละอย่างอย่างถูกต้อง เราก็จะจัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้น 

กุ๊บกิ๊บขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประการทุกท่านนะคะ

Facebook Comments

ครูกุ๊บกิ๊บ

"เพราะโอกาส จะวิ่งเข้าหาคนที่มีตัวตนก่อนเสมอ" ครูกุ๊บกิ๊บ ให้ความรู้ในเรื่องของการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ทั้งในระดับองค์และในระดับบุคคล

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
error: Content is protected !!